Wednesday, November 1, 2017

บริษัทมาเจสติคอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด





วันที่ 25 กันยายน 2560  ได้มีโอกาสไปเยี่ยม บริษัทมาเจสติคอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด 



          บริษัทมาเจสติคอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด  ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2542 เป็นบริษัทในเครือ Sunlee Group. USA. ที่ผลิตและส่งออก  ข้าวโพดหวานในน้ำเกลือ,ข้าวโพดฝักอ่อนในน้ำเกลือ และซุปข้าวโพด บรรจุกระป๋อง   บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ GMP, HACCP, ISO9001:2008, BRC (British Retail Consortium standard for UK) และ IFS (International Food Standard for European country),มาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย (สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย), Thailand Brand





บริษัท มีพื้นที่ทั้งหมด 50 ไร่  ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 268 หมู่ 1 ตำบลหนองหล่ม อำเภอห้างฉัตร  จังหวัดลำปาง   มีพนักงานทั้งหมดจำนวน1,000 คน  กำลังการผลิต 300 ตัน/วัน



แหล่งวัตถุดิบ อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ  เช่น  ลำปาง  ลำพูน เชียงใหม่  เชียงราย  พะเยา  แพร่  น่าน   ทำการส่งเสริมโดยผ่านโปรคเกอร์กระจายเมล็ดพันธุ์  ดูแลลูกไร่  การปลูก  การเก็บเกี่ยว และนำผลผลิตส่งโรงงาน













พลังงานที่ใช้ในการผลิต แบ่งออกเป็น


  1. พลังงานไฟฟ้า  ใช้ในกระบวนการผลิต   บ้านพักพนักงาน  ระบบบำบัดน้ำเสีย  ฯลฯ
  2. พลังความร้อน    จากไอน้ำ ได้มาจากการต้มน้ำในบอยเลอร์  โดยใช้เชื้อเพลิง  กะลาปาล์ม  ไม้สับ  และ Wood Pallet  สำหรับการให้ความร้อนกับอาหารในขั้นตอนต่างๆ ของการผลิต เช่น  การนึ่ง   การต้ม  การไล่อากาศ และการฆ่าเชื้อ เป็นต้น
          ระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัท ตั้งอยู่บนพื้นที่ 14 ไร่ ประกอบด้วยระบบ Anaerobic Baffled Reactor (ABR) ขนาดบ่อ 14,000 ลบ.ม. หรือ ระบบ Biogas , Aerated Lagoon  และPolishing Pond  สามารถรองรับน้ำเสียจากการผลิตได้ 1,500 ลบ.ม/วัน   การบัดน้ำเสียด้วยระบบ  Anaerobic Baffled Reactor (ABR)  หรือระบบ Biogas นอกจากจะสามารถบำบัดน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว  ผลได้พลอยจากการบำบัดน้ำเสียจะได้ Biogas ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป 














ประโยชน์ที่นำได้รับจากการสร้าง ระบบ ABR เพิ่มมีดังนี้
  1. ระบบบำบัดน้ำเสียสามารถบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ  และสามารถรองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้
  2. ลดปัญหากลิ่นรบกวนชาวบ้านในชุมชน ทำให้กระชับความสัมพันธ์อันดีกับชาวบ้านในชุมชนมาก
  3. ลดการใช้พลังงานและสารเคมีในบำบัดน้ำเสีย  โดยมีเป้าหมายลดให้ได้ มากกว่า 30%
  4. เบื้องต้นบริษัท เลือกที่จะนำ Biogas ไปปรับปรุงคุณภาพก๊าซ และใช้เพิ่มอุณหภูมิน้ำก่อนเข้าบอยเลอร์ เพื่อลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไอน้ำ  ของบอยเลอร์ขนาด 15  ตัน  และ บอยเลอร์ขนาด 12 ตัน ทำงาน  15-20 ชั่วโมง/วัน โดยใช้ กะลาปาล์ม ไม้สับ  และ Wood Pallet  เป็นเชื้อเพลิง
  5. น้ำทิ้ง หลังผ่านการบำบัด บริษัทนโยบายช่วยเกษตรกรบรรเทาปัญหาภัยแล้ง   ด้วยการนำน้ำจากบ่อพักน้ำปริมาตรบ่อรวม 20,790 ไปใช้เพื่อการเกษตร  สนับสนุนในการขุดลอกลำเหมืองสาธารณะ วางท่อเพื่อส่งน้ำไปยังลำเหมือง ติดตั้งท่อส่งน้ำ และสายยางส่งน้ำ เพื่อสูบน้ำไปพื้นที่การเกษตร  เกษตรกรบางรายปลูกข้าวได้ 2 ครั้ง/ปี ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 22 ราย รวมเป็นพื้นที่การเกษตร  83.4 ไร่   








นโยบายเกี่ยวกับด้านพลังงานในอนาคต
  1. บริษัทกำลังศึกษาการนำ Biogas ที่ได้ไปปั่นสร้างกระแสไฟฟ้า เพื่อใช้ในโรงงาน
  2. บริษัทกำลังศึกษา หาข้อมูลเกี่ยวกับความการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วย Solar Roof
$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$
22 July 2019
ผู้ครวจราชการกระทรวงพลังงาน (นายนที ทับมณี) ตรวจเยี่ยม






















Jamebond2507

มีผู้ตรวจฯ ไว้ทำไม ? คำถามที่มีคำตอบ จาก" สุชาลี สุมามาลย์ "

source http://energynewscenter.com/index.php/article/detail/113



มีผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงานไว้ทำไม?  คำถามที่มีคำตอบ จาก "สุชาลี สุมามาลย์" หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงานคนใหม่ 
คำถามจากประโยคยอดฮิตตามหน้าสื่อ ที่เอาไว้ถามถึงตำแหน่ง หรือบทบาทหน้าที่ ของตำแหน่งบางตำแหน่ง ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีความสำคัญอย่างไร และหลายครั้งถูกมองไปว่า ใครก็ตามที่ถูกย้ายมาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงนั้น คือถูกย้ายมานั่งตบยุง  ซึ่งมีนัยยะว่าเป็นข้าราชการระดับสูงในตำแหน่งที่ไม่มีงานสำคัญให้รับผิดชอบมากนัก และไม่มีลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรง แต่ในข้อเท็จจริง เมื่อศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) มีโอกาสได้สัมภาษณ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงานคนใหม่ป้ายแดง “สุชาลี สุมามาลย์” ก็ต้องบอกว่า ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงานนั้น เป็นกลไกหนึ่งที่สำคัญในการผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงพลังงานให้สัมฤทธิ์ผลได้เลยทีเดียว 

เพราะงานใหญ่ที่อยู่ในมือของหัวหน้าผู้ตรวจ สุชาลี คือ การผลักดันนโยบายพลังงาน 4.0 หรือ Energy 4.0 ให้ลงไปสู่ภาคปฏิบัติ ให้เกิดผลตามแผนปีงบประมาณ 2561 ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ เดือนต.ค. 2560 ไปสิ้นสุด เดือน ก.ย. 2561  โดยตัวเขาพยายามเน้นกระตุ้นให้พลังงานจังหวัดแต่ละจังหวัด คิดโครงการขนาดใหญ่ ที่ให้เกิดประโยชน์สะท้อนกลับในด้านการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชนที่ชัดเจน  โดยทำงานเป็นทีมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ที่มีอยู่ทั้งหมดรวมทั้งตัวเขา 6 คน (แต่งตั้งแล้ว4 คน รอแต่งตั้งเพิ่มอีก 2 คน) 

หัวหน้าผู้ตรวจ สุชาลี บอกว่า บทบาทสำคัญของผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายสนับสนุนงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและปลัดกระทรวงพลังงาน ด้วยการติดตามการทำงานของแต่ละหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายไว้ ว่าเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ หรือมีอุปสรรคใดที่ต้องเข้าไปช่วยแก้ไข ดังนั้นการแบ่งงานให้กับทีมผู้ตรวจฯ จะแบ่งทั้งการดูแลกรมต่างๆในกระทรวงพลังงาน และแบ่งการดูแล พลังงานจังหวัด ที่มีอยู่ทั่วประเทศ 18 เขต ซึ่งเท่ากับผู้ตรวจราชการฯแต่ละคนจะดูแลคนละ 3 เขต หรือครอบคลุมพื้นที่คนละ 12-13 จังหวัด    

โดยในปีงบประมาณ 2561 นี้ งานสำคัญของกระทรวงพลังงาน จะมุ่งเน้นนโยบาย Energy 4.0 (การนำนวัตกรรมด้านพลังงานมาสร้างมูลค่าเพิ่ม) ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ต้องการเห็นพลังงานจังหวัดบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดโครงการขนาดใหญ่ที่ส่งผลประโยชน์ต่อประชาชนอย่างชัดเจน แทนโครงการย่อยๆ ที่เคยทำมาในอดีต  อีกทั้งต้องเป็นโครงการที่ช่วยให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชนเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นทางผู้ตรวจราชการฯ ซึ่งแต่ละท่านเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องของพลังงานเป็นอย่างดี จะต้องเข้าไปช่วยให้คำแนะนำ และติดตามการดำเนินโครงการเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายที่รัฐมนตรีได้ให้เอาไว้ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม  

นอกจากนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไข 5 แผนหลักด้านพลังงาน คือแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(PDP)  แผนพัฒนาพลังงานทดแทน(AEDP)  แผนอนุรักษ์พลังงาน(EEP)  แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) และแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง(Oil Plan)  โดยหากมีการดำเนินการแล้วเสร็จและประกาศใช้แล้ว ทางผู้ตรวจราชการฯ พร้อมที่จะลงพื้นที่ในเขตที่ตัวเองรับผิดชอบ เพื่อทำหน้าที่ชี้แจงพลังงานจังหวัดทั่วประเทศให้ทราบถึงการปรับเปลี่ยนแผนใหม่และทิศทางต้องนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

นอกจากนี้บทบาทของผู้ตรวจราชการฯที่สำคัญอีกประการ คือ การเป็นกรรมการตรวจสอบวินัยป้องกันปัญหาการทุจริตไม่ให้เกิดขึ้นในกระทรวงพลังงาน โดยหากมีข้อร้องเรียนจากประชาชนหรือผู้ประกอบการด้านการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของข้าราชการ ก็จะเข้าไปสอบถามตรวจสอบข้อเท็จจริง และถ้าพบว่าผิดจริงจะไม่ให้การช่วยเหลือ แต่หากเป็นการถูกใส่ร้ายป้ายสี ก็ต้องให้ความเป็นธรรมและช่วยเหลือ เพื่อให้ข้าราชการที่ดีของกระทรวงพลังงาน ที่ประจำอยู่ ในแต่ละจังหวัดได้มีกำลังใจปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

“ที่ผ่านมามีโครงการโซลาร์ช่วยภัยแล้ง เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ลดค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นโครงการที่ดี แต่มีผู้ประกอบการร้องเรียนข้าราชการว่าล็อคสเปคการประมูลอุปกรณ์ ผู้ตรวจราชการฯ จึงต้องเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า เป็นการร้องเรียนเพราะเสียผลประโยชน์ แต่ทำให้ข้าราชการเสียหาย เนื่องจากการกำหนดสเปคอุปกรณ์ก็เพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้จริง ดังนั้นเมื่อข้าราชการไม่ผิดเราก็ต้องให้กำลังใจ เพื่อให้คนดีที่ตั้งใจทำงานไม่ท้อแท้” หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ยกตัวอย่างในบางภารกิจ ของผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน 

นอกจากนี้ ผู้ตรวจราชการฯ ยังเปรียบเสมือน หู ตา ปากและสมองของผู้บริหารกระทรวงพลังงาน การเป็น “หู” คือรับฟังความคิดเห็นประชาชน ข้อร้องทุกข์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สืบสวนสอบสวนให้ได้ข้อยุติ การเป็น ”ตา” คือการติดตามดูงานว่าเป็นไปตามนโยบาย ระเบียบ เป้าหมายยุทธศาสตร์พลังงานและมีความก้าวหน้าหรือไม่อย่างไร ส่วนเป็น “ปาก” คือ คอยชี้แจง สร้างความเข้าใจแนวทางปฏิบัติกับฝ่ายปฏิบัติงาน และรายงานให้ผู้บริหารได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริง หากเกิดปัญหาอุปสรรคก็ต้องขอความชัดเจนด้านนโยบายเพื่อแก้ปัญหาให้ลุล่วงต่อไป และการเป็น “สมอง” คือ เมื่อทราบปัญหาก็ต้องวิเคราะห์แก้ไข รวมถึงการให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้บริหารด้วย

และอีกหน้าที่ที่ผู้ตรวจราชการฯ ต้องทำ คือ การบูรณการการทำงานกับผู้ตรวจราชการของสำนักนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้การทำงานสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สร้างการพัฒนาให้กับประเทศไทยต่อไป 

อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ผู้อ่านคงเข้าใจ และไม่ต้องถามใครต่อแล้วว่า มีผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ไว้ทำไม?





Wednesday, October 25, 2017

กรอบการทำงานแผนยุทธศาสตร์ปี61

กรอบการใช้งบประมาณโครงการในปี 2561 ค่ะ โดยโอนงบประมาณ 80,000 บาท แบ่งเป็น 2 งวด งวดละ 40,000 บาท
โดยชื่อโครงการในปีนี้ เปลี่ยนเป็น "โครงการพัฒนาระบบสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พลังงานระดับจังหวัดตามยุทธศาสตร์ประเทศ.