Monday, February 12, 2018

ไฟเกษตร

ไฟเกษตร คือ การนำไฟฟ้ามาใช้ภายในสวนของเกษตรกรเพื่อทำการเกษตร เช่น ใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟต่างๆ โดยมีหลักเกณฑ์เข้าร่วมโครงการดังนี้

  1. ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันตัวตนว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่หวงห้ามใดๆ ของทางราชการ
  2. ต้องมีเส้นทางสาธารณะที่รถยนต์สามารถวิ่งผ่านได้อย่างสะดวก
  3. สามารถดำเนินการก่อสร้างระบบจำหน่ายโดยวิธีปักเสาพาดสายไฟเข้าไปถึงจุดที่ขอใช้ไฟฟ้าได้
  4. ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันขนาดพื้นที่และชนิดของกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรที่ต้องการใช้ไฟฟ้า
  5. ต้องระบุแหล่งน้ำที่จะใช้เพื่อการผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า เช่น คลองสาธารณะ คลองชลประทาน แหล่งน้ำใต้ดินในลักษณะต่างๆ
  6. ต้องมีเอกสาร/หลักฐานสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายของพื้นที่ทำการเกษตร แต่ต้องไม่ใช่ที่ดินที่ถือครองโดยเอกชนรายใหญ่
  7. เป็นเกษตรกรรายย่อยที่ขอติดตั้งมิเตอร์ ขนาดไม่เกิน 15(45) แอมป์ ต่อ 1 ราย
  8. ต้องสามารถออกใบแจ้งหนี้ค่ากระแสไฟฟ้ามิเตอร์เครื่องที่ 2 (ใหม่) โดยจะแจ้งเก็บเงินไปที่มิเตอร์เครื่องที่ 1 (เก่า) ทั้งสองมิเตอร์ต้องอยู่ในเขตพื้นที่ของการไฟฟ้าเดียวกัน
  9. ค่าใช้จ่ายในการขยายเขตต่อราย เฉลี่ยไม่เกิน 50,000 บาท (PEA. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการขยายเขต)

เอกสารที่ต้องเตรียม

  1. ใบรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. สำเนาโฉนดที่ดิน
  4. สำเนาบัตรประชาชน

ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า

  • 5(15) แอมป์ ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท
  • 15(45) แอมป์ 1 เฟส ค่าธรรมเนียม 6,450 บาท
  • 15(45) แอมป์ 3 เฟส ค่าธรรมเนียม 21,350 บาท



#ความรู้เรื่องขอไฟเกษตร ขอไฟเข้าที่ดิน

#ความรู้ที่(1) 
การขอใช้ไฟเพื่อการเกษตร มีขั้นตอนดังนี้ครับ
  -ปลูกสิ่งกอสร้างเล็กๆเพื่อลงคัดเอ้าท์ก่อน
  -เดินสายไฟ ดำ เบอร์16 2เส้นเข้าที่ดิน(ไมมีโฉนด)200เมตร
  -ทำเรื่องขอใช้ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร แนบสำเนาบัตรปชช.
    สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารที่ดิน ค่าธรรมเนียน 1350บาท
   -7วัน เจ้าหน้าที่มาตรวจ ติดหม้อจ่ายไฟ
  -1เดือน จ่ายค่าไฟตามบ้านเลขที่ ที่ขอ แต่มีวงเล็บ ไฟพิเศษ
  -ถ้าเดินสายไกลๆ จนท.แนะนำให้ใช้สายไฟเบอร์ใหญ่ขึ้นไฟจะได้ไม่ตก

#ความรู้ที่(2) 
ถ้าไปขอใช้ไฟที่การไฟฟ้า หากขอเพื่อใช้ในสวนไม่มีบ้าน ให้ขอใช้เพื่อการเกษตร รัฐบาลจะมีเงินสมทบให้ไม่เกิน 45,000  บาท แต่ถ้ามีบ้านแล้วและมีบ้านเลขที่จะเป็นครัวเรือน รัฐบาลจะไม่มีเงินสมทบให้ ต้องรอให้มีการขยายเขตไฟฟ้า โดยใช้งบประมาณของการไฟฟ้า หรือ อบต. หรือเทศบาลคะ  จากปลัด อบต.

#ความรู้ที่ (3)
ก่อนอื่นต้องถามคุณก่อนว่า
1.บนที่ดินแปลงนี้มีเลขที่บ้านหรือยัง
2.ถ้ามีแนะนำให้ไปขอไฟฟ้ากับกฟภ.
3.เมื่อกฟภ.คิดค่าใช้จ่ายในการปักเสา-พาดสายให้คุณแล้วสมมุติค่าใช้จ่ายเกิน 50,000 บาท
  3.1 คุณยินดีจ่ายทันทีหรือไม่ถ้าไม่พร้อมคิดว่ามันแพงเกินไป
  3.2 ก็ไม่ต้องจ่ายและแจ้งความประสงค์ขอให้การไฟฟ้าจัดเข้าโครงการโดยคุณยินดีจ่ายสมทบในส่วนที่เกิน 50,000 บาท
  3.3 หรือถ้าไม่เกิน 50,000 บาท คุณก็ไม่ต้องจ่ายแต่ต้องรองบประมาณ ( โดยกฟภ.มีงบประมาณสำหรับบ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ให้หลังละ 50,000 บาท ) ในส่วนนี้คุณต้องร้องเพลงรอถ้าคุณไม่รีบร้อนนัก

#ความรู้ที่ (4)
ที่บ้านนาของผมก็ไม่มีไฟฟ้าใช้ อยู่ติดกับถนนทางหลวงชนบทห่างโรงเรียนประมาณ180เมตร ขอไฟฟ้ามาสองปีกว่าสามปีแล้ว ไฟฟ้าภูมิภาคบอกค่าใช็จ่ายประมาณ200000บาทในการขยายเขตและลงหม้อแปลง1ลูก ผมติดต่อกับอบตมาหลายครั้งขอให้ช่วยเหลือในค่าใช้จ่ายสำหรับบ้าน3หลัง(และอีกหลายหลัง ถ้ามีไฟฟ้าแล้ว) ทางอบตรับปากจะจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายให้ บอกปีนี้คงได้แน่ ก็หวังว่าน่าจะได้ ตอนนี้ผนใช็หลอด LED เป็นแสงสว่างอยู่6ชุด ชุดหนึงมี60ดวง ผมถือว่าใช้ได้ดีครับ ผมลองใช้มาหลายอย่างแล้วไม่ว่าตะเกียง หลอดนีออน12V สู้หลอด LED ไม่ได้ครับ ผมใช้แบต 12V 50AMP 1ลูกกับ LED 6ชุดใช้ได้4-5วัน ถ้าไฟอ่อนแสงก็สว่างน้อยหน่อย ไฟเต็มก็สว่างมาก ราคาไม่แพง ชุดละ100บาท และผมก็มีแบต12V100AMPอีก1ลูกต่อกับINVERTORใช้เปิดพัดลมตอนกลางคืน ผมเอาใจช่วยผู้ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ทุกท่าน ขอให้มีไฟฟ้าใช้ในเร็ววันนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?board=1.0

สรุปประเด็นโครงการไทยนิยมยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ให้แก่คณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ตัวแทนหน่วยงานราชการในส่วนภูมิภาค และบุคลากรที่เป็นวิทยากรระดับจังหวัด ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

📌 “ไทยนิยม คือ นิยมความดี ความงาม ไม่ใช่ประชานิยม”

     📌โครงการไทยนิยม ยั่งยืน : คือการขับเคลื่อนประเทศให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน เป็นการร่วมมือกันในการขับเคลื่อนประเทศในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับประเทศ จังหวัด อำเภอ ตำบล อาศัยความร่วมมือกันของหน่วยงานองค์กรเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความยั่งยืน
     📌โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ต้องการให้ทุกส่วนราชการ หน่วยงาน ที่มี แผนงาน/โครงการและงบประมาณลงไปในพื้นที่ ได้มีการบูรณาการ การทำงานร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการลงพื้นที่ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ แผนการปฏิรูป และปัญหาในเชิงพื้นที่
     📌โครงการไทยนิยม ยั่งยืน มุ่งขับเคลื่อนการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชน ถึงการทำงานของรัฐบาล แผนงาน/โครงการและงบประมาณที่หน่วยงานต่าง ๆ ลงไปดำเนินการในพื้นที่ เมื่อประชาชนเกิดความเข้าใจก็จะเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน เพื่อนำประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
      📌โครงการไทยนิยม ยั่งยืน เป็นการทำงานใน 2 ลักษณะ ได้แก่ ลักษณะบนลงล่าง (Top-down) คือ นโยบายรัฐบาลลงไปสู่พื้นที่ และลักษณะล่างขึ้นบน (Bottom-up) คือ สะท้อนความต้องการของประชาคมจากการทำประชาคมหมู่บ้าน/ชุมชน

     >> ประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการโครงการไทยนิยม ยั่งยืน :
           - กิจกรรม/แผนงาน/โครงการที่ดำเนินการแล้วเป็นประโยชน์ต่อชาติ และส่วนรวม
           - การทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ ประชาชนได้ประโยชน์ และข้าราชการมีความภาคภูมิใจในงานที่ปฏิบัติเพื่อประชาชน
           - การทำงานเพื่อตอบสนอง 1) การสร้างความเท่าเทียม และ 2) การสร้างความเป็นธรรม
             1) การสร้างความเท่าเทียม : ทุกคนได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานเท่าเทียมกัน
             2) การสร้างความเป็นธรรม : โดยการดูแลผู้มีรายได้น้อย สร้างโอกาส สร้างรายได้ให้คนกลุ่นนี้
             นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีและยังยืน
     >> โครงการไทยนิยม ยั่งยืน : เกิดจากปัญหาการสร้างโอกาสที่ไปไม่ถึงทุกพื้นที่ รัฐบาลจึงมีแนวคิดการแก้ปัญหาว่าทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับโอกาสได้รับประโยชน์จากรัฐบาลอย่างทั่วถึงและครอบคลุมทุกพื้นที่ จึงเกิดเป็น “โครงการไทยนิยม ยั่งยืน” เพราะประชาชนคือรากแก้วของประเทศ การพัฒนาในทุกด้านจึงต้องคำนึงถึงความมั่นคงและความเหมาะสม
     >> สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการ : “ผลิตกำลังคน - สร้างพลังทางสังคม - การกระจายรายได้”
           - การกำหนดแผนการดำเนินงาน ทั้ง งาน Function / Agenda / งานบูรณาการ ให้สอดคล้องและตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ
           - การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
           - การส่งเสริมเศรษฐกิจทำให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้สร้างโอกาสให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย
           - รายได้หลักจากรัฐบาล คือ ภาษีของประชาชนดังนั้นการนำภาษีของประชาชนไปใช้ประโยชน์จะต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่เกิดกับประชาชนอย่างสูงสุด
     >> ไทยนิยม ยั่งยืน ภายใต้แนวคิดประชารัฐ : โดยการบูรณาการทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไปสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 ในทุกด้านอย่างเป็นระบบ มุ่งเน้นการพัฒนาทุกระดับให้เติบโตไปด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
           การพัฒนาที่สำคัญ คือ การพัฒนาคน ให้ไปสู่ 4.0 โดยการสร้างหลักคิดที่ถูกต้อง ผ่านการเรียนรู้และการสร้างความเข้าใจ (คน : เรียนรู้ - เข้าใจ) นำไปสู่การสร้างความปรองดองของชาติทุกระดับทั่วประเทศ ในทิศทางเดียวกัน
           โครงการแผนงานกิจกรรม ของหลายองค์กร และหลายหน่วยงาน มีการดำเนินการตามรูปแบบเฉพาะของแต่ละหน่วยงาน แต่มีเป้าประสงค์ในทิศทางเดียวกัน คือ การพัฒนาประเทศ “ไทยนิยม” คือ การพัฒนาประเทศร่วมกันสอดคล้องกันในรูปแบบและเป้าหมายที่คล้ายถึงกันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
     >> สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการไทยนิยม ยั่งยืน : ห้ามมองข้ามความต้องการของพื้นที่
          - Big Data  เป็นสิ่งสำคัญเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน การวิเคราะห์ข้อมูล ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อจัดทำโครงการในการพัฒนาโดยเน้นที่ความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ (Big Data มี 2 แบบ : แบบมีโครงสร้าง และแบบไม่มีโครง)
          - ให้ทุกกระทรวงวิเคราะห์บิ๊กกับตาของหน่วยงานตนเองเพื่อให้ทราบว่าสิ่งใดสำคัญ สิ่งใดต้องแก้ไข สิ่งใดต้องทำก่อนทำหลัง และสิ่งใดต้องเร่งพัฒนา ให้ครอบคลุมทุกมิติ (เศรษฐกิจสังคม และความมั่นคง)โดยอาศัยเหตุและผลของข้อมูล รวมถึงบริบทของพื้นที่นั้นนั้นเป็นฐานในการวิเคราะห์เพื่อดำเนินการ
      >> ยุทธศาสตร์การพัฒนา “เข้าใจ เข้าถึงพัฒนา” : โดยต้องมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและเหมาะสม
           - เข้าใจ หมายถึง เข้าใจในบริบทของพื้นที่
           - เข้าถึง หมายถึง การเข้าถึงความต้องการของประชาชน
           - และจึงพัฒนาตามข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์มา
          ** ไม่มองข้ามความต้องการของพื้นที่
     >> การขับเคลื่อนโครงการไทยนิยม ยั่งยืน :
           1) การสร้างกลไกหลักในระดับพื้นที่ เพื่อสร้างการรับรู้ โดยการสื่อสารสร้างหลักคิดให้กับประชาชนเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ถูกต้อง ชัดเจน และเป็นรูปธรรม
           2) การพัฒนาต่อยอดจาก ประชารัฐ
           3) ส่งเสริมความต้องการของประชาชนในพื้นที่ (ขาดแคนอะไร/ทดแทนให้/ริเริ่มใหม่ โดยการร่วมคิดร่วมทำ)
           4) การกำหนดแผนงาน/โครงการ ต้องได้รับการยอมรับจากกลไกการขับเคลื่อนโดนมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ผ่านเวทีประชาคม
           5) ด้วยการระเบิดจากข้างใน
           6) หลักการ 3 ประสาน : รัฐ - ราษฎร์ - เอกชน
     📌 ประเด็นเน้นย้ำของนายกรัฐมนตรี ในการขับเคลื่อนโครงการไทยนิยม ยั่งยืน : 3 ประเด็นสำคัญ
           1) “ไทยนิยม ยั่งยืน” คือการสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดย “การใช้พลังคนไทยในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความยั่งยืน”
           2) การสร้างการรับรู้ : หน้าที่หลักของรัฐบาล/หน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้อง คือ การสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในแนวคิดการพัฒนาประเทศตามโครงการฯ โดย ผ่านกลไกทีมขับเคลื่อนฯ ทุกระดับ
               ภารกิจหลัก :
               - เข้าถึงประชาชน/ประชุมร่วมกับประชาชน/ขับเคลื่อนและวิเคราะห์หารือกับประชาชน/ร่วมกันพัฒนาในพื้นที่ โดยคำนึงถึงบริบทของพื้นที่
               - โครงการไทยนิยม ยั่งยืน มุ่งขับเคลื่อนการทำงานตามวาระงานสำคัญ 10 เรื่อง คือ 1) สัญญาประชาคมผูกใจไทยเป็นหนึ่ง : ด้วยการสร้างความสามัคคี ปรองดอง จัดให้มีการทำสัญญาประชาคมให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อรับรู้และปฏิบัติตามร่วมกัน 2) คนไทยไม่ทิ้งกัน: ด้วยการดูแลผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ 3) ชุมชนอยู่ดีมีสุข : ด้วยการพัฒนาความเป็นอยู่ อาชีพ และรายได้ให้แก่ ประชาชน ผ่านการปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร และการ ท่องเที่ยวโดยชุมชน 4) วิถีไทยวิถีพอเพียง : ด้วยการส่งเสริมให้นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต รวมทั้งเสริมสร้างวินัยการออมในทุกช่วงอายุ 5) รู้สิทธิ รู้หน้าที่ รู้กฎหมาย : ด้วยการให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่อง สิทธิ หน้าที่ และกฎหมาย เพื่อการเป็นพลเมืองที่ดี 6) รู้กลไกการบริหารราชการ : ด้วยการให้ความรู้แก่ประชาชน ทั้งเรื่องกลไกการบริหารราชการแผ่นดินแต่ละระดับ และการบริหารงบประมาณที่มุ่งประโยชน์แก่ประชาชน 7) รู้รักประชาธิปไตยไทยนิยม : ด้วยการให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับ ระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุข และหลักธรรมาภิบาล 8) รู้เท่าทันเทคโนโลยี : ด้วยการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับเทคโนโลยี ให้ความสำคัญต่อการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องผ่านโครงการสำคัญ เช่น เน็ตประชารัฐ เป็นต้น 9) ร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด : ด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วนในการ ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร 10) งานตามภารกิจของส่วนราชการ/หน่วยงาน (Function)
                - การรายงานผลการขับเคลื่อนทุก 3 เดือน
                - ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำโครงการต่างๆ ดำเนินการในพื้นที่
             3) Big Data : ขอให้ทุกหน่วยงานวิเคราะห์ข้อมูลในหน่วยงานตนเอง เพื่อเป็นฐานในการขับเคลื่อนภารกิจ

สรุป : นันทรัตน์ สุขศรี กผ.พช/สป.มท.
10.45 น.

ชี้แจงหลักการในการเก็บข้อมูลการทำยุทธศาสตร์

ชี้แจงหลักการในการเก็บข้อมูล
สำหรับข้อมูลอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทน
- ให้เก็บข้อมูลโครงการที่ดำเนินการภายในจังหวัด ในปี 2561 ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งหมดที่ สพจ. สามารถรวบรวมได้ เก็บข้อมูลไปเพื่อรวบรวมการปริมาณการใช้พลังงานทดแทนในจังหวัด ที่ถูกนำไปใช้ในการดำเนินโครงการ เพื่อนำไปหักลบออกจากศักยภาพพลังงานทดแทนที่จังหวัดมี เพื่อดูปริมาณทดแทนคงเหลือ
ข้อมูลการใช้พลังงานในวิสาหกิจชุมชน/SMEs
- เก็บข้อมูลโดยเรียงลำดับวิสาหกิจที่มีการใช้พลังงานมากสุดในจังหวัด โดยเรียงลำดับ 5 กลุ่ม เก็บกลุ่มตัวอย่างละไม่ต่ำกว่า 10 ที่ สามารถใช้กลุ่มเดิมที่เคยเก็บได้ แต่ต้องไม่ซ้ำสถานที่ที่เคยเก็บแล้วค่ะ
- หรือจะเรียงลำดับตามวิสาหกิจที่มีมูลค่าสูงในจังหวัด/เด่นในจังหวัด เรียงลำดับ 5 ลำดับ และเก็บข้อมูลลำดับละไม่ต่ำกว่า 10 ที่ค่ะ
เก็บข้อมูลเพื่อ เป็นข้อมูลประกอบในการจัดทำแผน ว่าวิสาหกิจไหนมีการใช้พลังงานเป็นอย่างไร สพจ. จะเข้าไปสามารถส่งเสริม หรือดำเนินโครงการในส่วนไหนได้บ้าง อย่างไร

โครงการไทยนิยม-กระทรวงเกษตร

การขออนุญาตติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าเกษตร

Monday, February 5, 2018

โครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กกิ่วลม-ลป.

ผลการดำเนินการโครงการขยายผลพลังงานทดแทนด้านพลังงานน้ำ (โครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก)

การขนย้ายน้ำมันดีเซลจากโรงไฟฟ้าวังน้อยไปใช้งานโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

แจ้งกำหนดการขนย้ายน้ำมันดีเซลจากโรงไฟฟ้าวังน้อยไปใช้งานโรงไฟฟ้าแม่เมาะ